ต่างประเทศ

เปิดตัวแล้วสำหรับ iPhone 8 และ iPhone X รุ่นท็อปประจำปีจาก Apple กับการพลิกโฉมดีไซน์แบบใหม่ล่าสุด พร้อมจัดเต็มด้วยฟีเจอร์ระดับท็อปครบครัน และกล้องคู่เวอร์ชั่นใหม่ !!

- ได้รับการสนับสนุน -

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ iPhone 8 , iPhone 8 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของค่าย Apple ที่มาพร้อมการดีไซน์ตัวเครื่องเหมือนกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แต่ปรับเปลี่ยนมาใช้การดีไซน์ตัวเครื่องแบบกระจก พร้อมผสานเข้ากับกรอบด้านข้างตัวเครื่องแบบโลหะอลูมิเนียมแทน และยังรวมถึงเรือธงรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปีของ iPhone อย่าง iPhone X ด้วยเช่นกัน

- ได้รับการสนับสนุน -

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ สตีฟ จ็อบส์ เทียเตอร์ (Steve Jobs Theater) แอปเปิล พาร์ก ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถานที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีผู้สื่อข่าวจากสำนักต่าง ๆ ทั่วโลก เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเปิดตัว เริ่มด้วยการรำลึกถึง สตีฟ จ็อบส์

การกลับมาในครั้งนี้ของ iPhone ถือได้ว่าเปลี่ยนแปลงไปจากธรรมเนียมเดิมๆ อยู่หลายอย่างด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งการยุติ iPhone ตระกูล S พร้อมเพิ่มรุ่น Plus และรุ่นพิเศษเข้ามาอย่าง iPhone X พร้อมการดีไซน์โฉมใหม่หมดจดแบบหน้าจอไร้ขอบที่แตกต่างไปจากเดิม ในขนาดใหญ่กว่า 5.8 นิ้ว บนตัวเครื่องแบบกระจกที่ผสานเข้ากับกรอบตัวเครื่องสแตนเลสสตีล

นอกจากนี้ยังอัปเกรดฟีเจอร์ภายในเพิ่มขึ้นจากในรุ่นก่อนอยู่หลายด้านด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบแบบใหม่ ระบบจดจำใบหน้า (Face ID) ที่มาแทนที่การสแกนลายนิ้วมือ (Touch ID) แบบเดิม ๆ และเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging

- ได้รับการสนับสนุน -

คุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ iPhone 8

– ตัวเครื่องมีขนาด 138.4×67.3×7.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 148 กรัม

- ได้รับการสนับสนุน -

– หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 750×1334 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 326 ppi

– ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11

– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB

– กล้องด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps

- ได้รับการสนับสนุน -

– กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD

– ฟีเจอร์กันน้ำ IP67

– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID

– รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging

– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0

– มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Space Gray และ Silver

– ราคาเริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์ (ประมาณ 23,200 บาท)

คุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ iPhone 8 Plus

– ตัวเครื่องมีขนาด 158.4×78.1×7.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 202 กรัม

– หน้าจอแสดงผลแบบ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080×1920 พิกเซล) ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 401 ppi

– ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11

– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB

– กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps

– กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD

– ฟีเจอร์กันน้ำ IP67

– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเทคโนโลยี Touch ID

– รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging

– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0

– มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Space Gray และ Silver

– ราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์ (ประมาณ 27,500 บาท)​

คุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ iPhone X

– ตัวเครื่องมีขนาด 143.6 x 70.9 x 7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 174 กรัม

– หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Super Retina HD แบบไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436×1125 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 458 ppi

– ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11

– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB และ 256 GB

– กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.4, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ (Dual-OIS), ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps

– กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD

– ฟีเจอร์กันน้ำ IP67

– ฟีเจอร์จดจำใบหน้า (Facial Recognition)

– รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย Qi Wireless Charging

– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0

– ราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์ (ประมาณ 33,000 บาท)

สำหรับ iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศโซนยุโรปก่อนเป็นอันดับแรกเช่นเคย โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายนนี้เป็นต้นไป ซึ่ง iPhone 8 มีราคาเริ่มต้นที่ 699 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 23,200 บาท และ iPhone 8 Plus มีราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 27,500 บาท)

สำหรับ iPhone X เปิดราคาวางจำหน่ายที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33,000 บาท) โดยจะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าวันที่ 27 ตุลาคม และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

ขอขอบคุณที่มา mirror

loading...
loading...