ทั่วไป

เปิดตัวแล้ว สำหรับสาวก iphone ทั้ง iphone 8 , 8Plus และฉลอง 10ปี กับ iphone X

- ได้รับการสนับสนุน -

กลางดึกเมื่อคืน ทั่วโลกจับตารอชมการเปิดตัวของ Iphone 8 และ Iphone 8 Plus   สำหรับคนที่ได้ชมการถ่ายทอดสดนั้น วันนี้เรารวบรวมรายละเอียดต่างๆของเจ้า Iphone 8 ตัวใหม่นี้มาให้ชมกัน

 

- ได้รับการสนับสนุน -

 

ตัวเครื่องและการออกแบบ

iPhone 8, iPhone 8 Plus ยังจะใช้การออกแบบเหมือนกับ iPhone 7, iPhone 7 Plus อยู่ โดยหน้าจอยังใช้ขนาด 4.7 นิ้วใน iPhone 8 และ 5.5 นิ้วสำหรับ iPhone 8 Plus และทั้งคู่ยังมีปุ่ม Home และ Touch ID เหมือนเดิม เคลือบสี 7 ชั้น เป็นรอยได้ยากขึ้น

 

- ได้รับการสนับสนุน -

 

กล้องหลัง

iPhone 8, iPhone 8 Plus ใช้กล้องหลังความละเอียด 12MP มีฟิลเตอร์ใหม่ๆ และกันภาพสั่น

 

- ได้รับการสนับสนุน -

 

iPhone 8 Plus กล้องหลัง 2 ตัว 12MP เซ็นเซอร์ใหม่หมด และมีกันภาพสั่น

 

- ได้รับการสนับสนุน -

การถ่ายวิดีโอ

Apple ปรับปรุงกล้องหลังของ iPhone 8, 8 Plus ให้ถ่ายภาพถ่ายวิดีโอได้คมชัดขึ้น เก็บ Frame Rate ได้มากขึ้นละเอียดขึ้น สำหรับคนใช้ live สด นี่เหมาะมากเลยจริงๆ

 

 

ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) ครั้งแรกใน iPhone

การเปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องจากอะลูมิเนียมใน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เป็นวัสดุกระจกใน iPhone 8, iPhone 8 Plus เพื่อรองรับการชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จไร้สาย

 

 

ชิพ A11 BIONIC ทรงพลังแรงกว่าเดิมอีก

ชิพ A11 ของ iPhone X จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า A10X มากขึ้นไปอีก โดยชิพ A11 BIONIC 10nm 64-bit มีประสิทธิภาพแรงมากกว่า A10X 2 เท่า ประหยัดพลังงานกว่า และใช้ CPU 6-Core

 

 

 

 

มีทั้งหมด 3 สี

iPhone 8, iPhone 8 Plus เปิดขายทั้งหมด 3 สี คือ สีทอง Gold, สีเงิน Silver และสีเทาสเปซเกรย์ Space Gray

 

 

ราคา

iPhone 8

  • iPhone 8 64GB —  699 ดอลลาร์
  • iPhone 8 256GB — 849 ดอลลาร์

iPhone 8 Plus

  • iPhone 8 Plus 64GB — 799 ดอลลาร์
  • iPhone 8 Pluss 256GB — 949 ดอลลาร์

วันเปิดตัวและเปิดจำหน่าย

  • วันเปิดตัว : 12 ก.ย. 2017 (ยืนยันแล้ว)
  • วันเปิดจอง (Pre-Order) : 15 ก.ย. 2017
  • วันเปิดขายวันแรก : 22 ก.ย. 2017 (ยืนยันแล้ว)
  • วันเปิดขายในไทยวันแรก : 27 ต.ค. 2017 (คาดการณ์)

 

 

iPhone X 

เป็นชื่อที่สอดคล้องกับวาระการครบรอบ 10 ปีของ iPhone ตัวเครื่องด้านหน้าและด้านหลังเป็นกระจก กรอบทั้งสี่ด้านเป็นสแตนเลสสตีล จอแสดงผล OLED ขนาด 5.8 นิ้ว Super Retina display ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล (458ppi) พร้อมเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ True Tone สามารถแสดงผลแบบ HDR ได้ เพื่อการรับชมภาพยนตร์หรือซีรีส์ในแบบ Dolby Vision และ HDR10 ได้

 

 

 

 

 

iPhone X ไม่มีปุ่มโฮมอีกต่อไป  Touch ID ไม่มีแล้ว ทดแทนด้วย Face ID

เป็นครั้งแรกที่ Apple ตัดปุ่มโฮมแบบดั้งเดิมทิ้งไป หากผู้ใช้ต้องการกลับไปที่ home screen ให้กวาดหน้าจอจากด้านล่างขึ้นบน (ชมได้จากคลิปวีดีโอตัวอย่างด้านล่าง) นอกจากยังทำให้ Touch ID หรือสแกนลายนิ้วมือหายไปอีกด้วย   Face ID หรือเรียกง่ายๆ ว่า “สแกนใบหน้า” เกิดจากการผสมผสานของกล้องหน้า, เซนเซอร์ต่างๆ อาทิ Proximity sensor, Flood Illuminator, Ambient Light, Dot Projector พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนา Neural engine ชิปขนาดเล็กแบบ Dual-core เพื่อให้การสแกนใบหน้าสามารถทำได้สมบูรณ์แบบ แม้กระทั่งในที่มืดก็ตาม สามารถจดจำลักษณะใบหน้าของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะผู้ใช้จะเปลี่ยนการแต่งหน้า เปลี่ยนทรงผม หรือสวมใส่เครื่องประดับต่างๆ ซึ่ง Apple ระบุว่า Face ID มีโอกาสเพียง 1 ใน 1,000,000 ที่จะมีบุคคลอื่นปลดล็อคผ่าน Face ID ได้

 

 

 

นอกจากนี้ Apple ยังได้พัฒนา “Animoji” เทคโนโลนีการติดตามใบหน้า ลูกเล่นที่ให้ผู้ใช้ได้เปลี่ยนใบหน้าเป็นตัวการ์ตูนสัตว์ต่างๆ ซึ่งคุณสมบัตินี้จะคอยทำตามการพูด การขยับใบหน้าได้แบบเรียลไทม์ สำหรับการสนทนาผ่าน iMessage

 

 

อัพเกรดกล้องหลังและกล้องหน้า

ทุกวันนี้กล้องถ่ายภาพไม่ได้แข่งกันที่ความละเอียดอีกต่อไป ซึ่งใน iPhone X ยังคงความละเอียดของกล้องหลังคู่ไว้ที่ 12 ล้านพิกเซล เพิ่มระบบกันสั่นเข้ามาไว้ทั้งสองเลนส์ (dual OIS) กล้องหลังตัวแรกใช้รูรับแสง f/1.8, กล้องหลังเลนส์ Telephoto ใช้รูรับแสง f/2.4, ลักษณะกล้องเป็นแนวตั้ง มีแฟลชแบบ Quad-LED True Tone พร้อม Slow Sync ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น 2 เท่า ซึ่งใน Portrait mode มีการพัฒนาเพื่อรองรับการถ่ายภาพบุคคลให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายในที่แสงน้อยด้วยโหมดที่เรียกว่า “Portrait Lighting” สามารถจัดแสงของภาพถ่ายให้เหมาะกับแสงธรรมชาติได้ รองรับการบันทึกวีดีโอที่ความละเอียด 4K@60fps

 

 

 

ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ แถมฉลาดมากขึ้น

ใน iPhone X มาพร้อมชิปประมวลผล A11 “Bionic” แบบ Six-core, 64-bit เร็วขึ้นกว่าชิป A10 25% พร้อมมีระบบ Machine Learning ที่ช่วยการเรนเดอร์เกม, AR และการถ่ายภาพให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

 

แบตเตอรี่อึดกว่าเดิม

ภายในงานเปิดตัว Apple เคลมว่า iPhone X มีแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานขึ้นกว่า iPhone 7 ถึง 2 ชั่วโมง

ถึงเวลาชาร์จไร้สาย

หลังจากกั๊กมานาน ในที่สุด iPhone X ก็สามารถรองรับ Wireless Charging หรือชาร์จไร้สายได้แล้ว และยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า “AirPower” แท่นชาร์จที่สามารถใช้ทั้ง iPhone X, Apple Watch และ Apple EarPods ได้ในคราวเดียว

 

 

 

มาแค่ 2 ความจุ

ใน iPhone X มีให้เลือก 2 ความจุ คือ 64GB และ 256GB

มีให้เลือก 2 สี 

ตัวเครื่อง iPhone X มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Space Gray กับ Silver

 

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

iPhone X จะเปิดตัวสั่งจองในวันที่ 27 ตุลาคม ก่อนจะเริ่มขายอย่างเป็นทางการในบางประเทศ 3 พฤศจิกายน ราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33,000 บาท

คุณสมบัติอื่นๆ ได้แก่ กันน้ำ กันฝุ่นได้ (ไม่บอกมาตรฐานที่ใช้), ใช้ Bluetooth 5.0, ลำโพงแบบ Stereo, ปุ่มเรียกใช้ Siri ถูกย้านมาอยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก    www.iphonemod.net   www.aripfan.com

loading...
loading...